วันจันทร์ที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

6 ข้อดีดื่มน้ำบรรเทาหวัด

อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก ทำให้หลายคนที่ไม่ค่อยได้ดูแล
สุขภาพเป็นพิเศษมักเป็นหวัดได้ง่าย "โรคหวัด" เกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้จะเป็นโรค
ที่ไม่ร้ายแรง แต่ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่สบายเนื้อสบายตัว ทำให้มีอาการ
ปวดศรีษะ ตัวร้อน น้ำมูกไหล ไอ จาม มีเสมหะ ถ้าไม่ดูแลรักษาตัวให้ดีอาจก่อให้เกิด
โรคแทรกซ้อนตามมาได้

เมื่อเป็นหวัดแนะนำว่าควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร
เพราะน้ำสามารถช่วยเยียวยาร่างกายให้หายจากหวัดได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุที่ว่า..
1. น้ำช่วยละลายเสมหะไม่ให้เหนียว โดยเฉพาะการดื่มน้ำอุ่น
2. ช่วยลดไข้หากไข้ขึ้นสูง น้ำนี่แหล่ะที่จะช่วยทำให้ร่างกายเย็นลงได้
3. ช่วยให้ร่างกายมีความชุ่มชื้นเพียงพอ ซึ่งส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดี
4. ช่วยให้เยื้อบุจมูกที่บุช่องทางเดินหายใจส่วนบนทำหน้าที่ได้ดีขึ้น จึงช่วยลด
อาการคัดจมูก
5. ช่วยป้องกันการติดเชื้อ และอักเสบ
6. ช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย ทำให้ร่างกายฟื้นจากอาการไข้ได้เร็วขึ้น

นอกจากนั้น หากอยากดื่มเครื่องดื่มที่มีรสชาติมากขึ้น แนะนำให้ลองดื่มน้ำผลไม้
ที่มีวิตามินซีสูง เช่น น้ำส้ม น้ำฝรั่ง น้ำกีวี น้ำมะเขือเทศ ฯลฯ เพราะวิตามินซีช่วยให้
อาการหวัดหายเร็วขึ้น

ส่วนคนที่มีอาการเจ็บคอสามารถบรรเทาอาการโดยใช้เกลือ
ละลายน้ำอุ่นกลั้วคอ 2-3 วันติดต่อกัน
อาการจะทุเลาลงโดยไม่ต้องใช้ยาค่ะ

รู้จักกับสารส้มระงับกลิ่นกาย

สารส้ม หรือ Alum มาจากภาษาละตินคำว่า.. "Alumen" แปลว่า..
"สารที่ทำให้หดตัว (astringent)" ซึ่งเป็นเกลือเชิงซ้อนของสารประกอบ
ที่มีธาตุอะลูมิเนียม และซัลเฟต เป็นส่วนประกอบหลัก

แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
- อะลูมิเนียมซัลเฟต ลักษณะเป็นก้อนผงสีขาว
- โพแทสเซียมอะลั่ม ลักษณะเป็นผลึกใสไม่มีสี
- แอมโมเนียมอะลั่ม ลักษณะเป็นผลึกใสไม่มีสี
ทุกประเภทสามารถนำไปใช้ประโยชน์แบบเดียวกันได้

กลิ่นที่เกิดจากแบคทีเรียเป็นต้นเหตุที่ทำให้เรามีกลิ่นตัว ด้วยคุณสมบัติของสารส้ม
ที่ช่วยลดกลิ่นและแบคทีเรีย จึงสามารถนำสารส้มมาใช้กำจัดกลิ่นตัวได้ 100 %
นานถึง 24 ชั่วโมง และยังถ่วงการเกิดกลิ่นได้ไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมงอีกด้วย
โดยตัวของสารส้มไม่มีอันตรายต่อผิวหนัง เพราะไม่ได้กลับเข้าสู่ผิวหนัง
จึงไม่เกิดอาการแพ้

ในปัจจุบันนิยมนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นตัวทาที่รักแร้กันมาก
เพราะไม่ทำให้รักแร้ดำ มีหลายแบบ เช่น แบบแท่ง, แบบผงแป้ง, แบบโรลออน
และแบบสเปรย์ ซึ่งมีข้อดีแตกต่างกันไป แล้วแต่ความเหมาะสมที่ผู้ใช้จะเลือกซื้อ

สิ่งที่ควรดูก่อนตัดสินใจซื้อ
- กรณีที่ไม่ใช่ผลึกสารส้ม 100% (มีส่วนประกอบอื่นๆ เช่น สี และกลิ่นด้วย)
ควรเลือกที่มีส่วนประกอบของ อะลูมิเนียมซัลเฟต โพแทสเซียมอะลัม
หรือแอมโมเนียมอะลัม ในปริมาณที่มากที่สุด เพื่อประสิทธิภาพที่มั่นใจได้
- กรณีที่เป็นโรลออน สเปรย์ และผงแป้ง ควรตรวจเช็คสภาพของผลิตภัณฑ์
วันผลิต หรือวันหมดอายุทุกครั้ง

แม้ว่าสารส้มจะช่วยระงับกลิ่น แตก็ไม่ได้กำจัดเชื้อรา
ดังนั้นแม้ตัวไม่เหม็นก็ต้องอาบน้ำ ไม่อย่างนั้น
อาจมีโรคผิวหนังประเภทอื่นๆ เกิดขึ้นแทน

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับครีมกันแดด

อากาศร้อน และแดดแรง อย่างประเทศไทย ครีมกันแดดจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น
สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพผิว เมื่อต้องเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับตัวเอง
มองดูฉลากข้างกล่องแล้วก็มีศัพท์ที่น่าสนใจ ให้เราต้องเลือกดังนี้

1. "SPF" ย่อมาจาก Sun Protection Factor เป็นค่าในการชี้วัดว่าเราสามารถ
อยู่กลางแสงแดดได้นานแค่ไหน โดยที่ไม่รู้สึกร้อนหรือแสบบริเวณผิว เช่น
ถ้าเรามีผิวที่แพ้แสงแดดและแสบร้อนง่ายในเวลา 20 นาที ครีมกันแดดที่มี SPF 15
จะช่วยปกป้องเราจากแสงแดดได้นาน 15 เท่า และเมื่ออยู่กลางแดดมากๆ ควรเลือก
ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงขึ้น

2. "Waterproof" แม้จะเขียนว่า Waterproof (กันน้ำ) แต่ก็ไม่สามารถกันน้ำได้ 100% ดังนั้น เพื่อให้ได้ผลต้องทาครีมกันแดดอย่างต่อเนื่อง โดยทาซ้ำทุกครั้งที่เหงื่อออก หรือทุกครั้งในช่วงพักว่ายน้ำ

3. "UVA และ UVB" ถ้าเขียนไว้ว่า.. มี UVA หมายถึง ครีมกันแดดนั้น มีคุณสมบัติ ป้องกันกระ ฝ้า และป้องกันริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย แต่ถ้าเขียนไว้ว่า..
มี UVB หมายถึง ครีมกันแดดนั้นมีคุณสมบัติ ป้องกันอาการแพ้ แดง แสบ
และไหม้ของผิวหนัง

หวังว่า..จะเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับตัวเองได้ดีขึ้น
ส่วนเทคนิคในการใช้งานครีมกันแดดที่ต้องจำไว้ให้แม่นๆ
ก็คือ ครีมกันแดด ไม่สามารถป้องกันแสงแดดได้ 100%
ดังนั้น เมื่อต้องออกแดด เช่น เล่นกีฬากลางแจ้ง
ควรสวมแว่นกันแดด หรือหมวกกันแดดจะป้องกันได้มากขึ้น ส่วนการทาผิวควรเกลี่ยครีมให้เรียบเสมอ และทาให้ทั่วบริเวณที่ต้องการปกป้องจากแดด
เพื่อป้องกันผิวด่างดำเฉพาะที่ และเลิกใช้ทันที
ถ้ามีอาการแพ้ มีผื่นแดง และคัน

วันเสาร์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

:: "กษัตริย์ผู้ทรงอุทิศตน" พัฒนา ::

"กษัตริย์ผู้ทรงอุทิศตน" พัฒนา"ปท.-คนไทย"ให้ดีขึ้น

องค์กรทรัพย์สินทางปัญญาโลก ถวาย"ในหลวง" รางวัล"โกลบอลลีดเดอร์"1ธ.ค.ยกย่อง"กษัตริย์ผู้ทรงอุทิศตน" พัฒนา"ปท.-คนไทย"ให้ดีขึ้นองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ทูลเกล้าฯรางวัล"โกลบอล ลีดเดอร์ อวอร์ด"ถวาย"ในหลวง" 1 ธ.ค. เป็นพระองค์แรก เชิดชูทรงอุทิศตนและใช้งานทรัพย์สินทางปัญญาส่งเสริมพัฒนาประเทศ ให้ชีวิตความเป็นอยู่ชาวไทยดีขึ้นนางพวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ว่า ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ นาย ฟรานซิส เกอร์รี่ ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) จะเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทูลเกล้าฯถวายรางวัลโกลบอล ลีดเดอร์ อวอร์ด (Global Leader Award) ซึ่งในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รับการทูลเกล้าฯแทน โดยทรงเป็นผู้นำของประเทศพระองค์แรกที่ได้รับการทูลเกล้าฯถวายรางวัลนี้ โดยเหตุผลที่ WIPO ทูลเกล้าฯถวายรางวัลดังกล่าวเป็นเพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ ทรงอุทิศตน และใช้งานทรัพย์สินทางปัญญาส่งเสริม และพัฒนาประเทศ รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยให้ดีขึ้นได้อย่างโดดเด่น เป็นที่ประจักษ์แก่สายตา ชาวโลก นอกจากนี้ จากการหารือกันของสหพันธ์สมาคมนักประดิษฐ์ระหว่างประเทศ (International Federal of Inventor Association : IFIA) ซึ่งมีสมาชิก 84 ประเทศทั่วโลก ได้มีมติให้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งเป็นวันที่ทรงได้รับการจดสิทธิบัตรกังหันน้ำชัยพัฒนา จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เป็นวันนักประดิษฐ์โลกด้วย (International Inventor Day)
"ในโครงการพระราชดำริต่างๆ มีหลายโครงการที่ได้ทรงประดิษฐ์ คิดค้นเครื่องมือ และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อการใช้งาน และมี พระบรมราชานุญาตให้ยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาจำนวนมาก เห็นได้ชัดว่า พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถในการประดิษฐ์ คิดค้น และเข้าพระทัยถึงระบบงานทรัพย์สินทางปัญญาอย่างดี" นางพวงรัตน์กล่าว สำหรับผลงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้รับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา และจดแจ้งแล้วต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา มีหลายประเภท คือ ด้านสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร รวม 8 ฉบับ ได้แก่ สิทธิบัตรเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย (กังหันน้ำชัยพัฒนา) สิทธิบัตรเครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ สิทธิบัตรการใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล อนุสิทธิบัตรการใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์สองจังหวะ สิทธิบัตรการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อให้เกิดฝน (ฝนหลวง) สิทธิบัตรภาชนะรองรับของเสียที่ขับออกจากร่างกายสำหรับรองรับปัสสาวะผู้ป่วย สิทธิบัตรอุปกรณ์ควบคุมการ ผลักดันของเหลว สิทธิบัตรกระบวนการปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยวเพื่อให้เหมาะต่อการเพาะปลูก (โครงการแกล้งดิน) สำหรับด้านเครื่องหมายการค้า ไม่มีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในพระปรมาภิไธย แต่พระราชทานให้ บริษัท สุวรรณชาด จำกัด และมูลนิธิชัยพัฒนา จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารวม 13 คำขอ ดังนี้ ให้บริษัท สุวรรณชาด จำกัด จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารวม 7 คำขอ ประกอบด้วย เครื่องหมายการค้าสุวรรณชาด 1 คำขอ, ทองแดง 2 คำขอ, โกลเด้นเพลส 4 คำ ขอ บริษัท มงคลชัยพัฒนา จำกัด จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารวม 6 คำขอ ประกอบด้วย เครื่องหมายธรรมชาติ 5 คำขอ และมุมสบายๆ 1 คำขอ สำหรับด้านลิขสิทธิ์ ผลงานที่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ อาทิ เพลงพระราชนิพนธ์ หนังสือต่างๆ ภาพถ่ายและภาพวาดฝีพระหัตถ์ เป็นต้น และที่ทรงจดแจ้งต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญามี 4 ผลงาน คือ ด้านวรรณกรรม 3 ผลงาน คือ หนังสือแนวคิดทฤษฎีใหม่, โครงการทฤษฎีใหม่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และพระมหาชนก ด้านศิลปกรรม 1 ผลงาน คือ ประติมากรรมเหรียญพระมหาชนก

Credit : มติชนรายวัน

วันเสาร์ที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

:: Relative Pronoun ::

Relative Pronoun เป็นคำ pronoun รูปแบบหนึ่งใช้แทนนามที่เอ่ยถึงและทำหน้าที่เชื่อมประโยคเพื่อขยายความของคำนามที่มาแทนในอีกประโยคหนึ่ง

คำที่ใช้เป็นคำ Relative Pronoun ได้แก่

Who - ใช้แทนนามที่เป็นคน - เป็นได้ทั้งประธานและกรรม
Whom - ใช้แทนนามที่เป็นคน - เป็นกรรมอย่างเดียว
Whose - ใช้แทนนามที่เป็นคน - แสดงความเป็นเจ้าของ
Which - ใช้แทนนามที่เป็นสัตว์หรือสิ่งของ - เป็นได้ทั้งประธานและกรรม
That - ใช้แทนนามที่เป็นสัตว์หรือสิ่งของ - เป็นได้ทั้งประธานและกรรม
Of which - ใช้แทนนามที่เป็นสัตว์หรือสิ่งของ - แสดงความเป็นเจ้าของ
Which - ใช้แทนนามที่เป็นสถานที่ - ที่มีเพียงกล่าวถึงอย่างเดียว (มิได้เข้าไปเกี่ยวข้อง)
Where - ใช้แทนนามที่เป็นสถานที่ - ที่มีการเกี่ยวข้องในสถานที่นั้น

หลักในการใช้ Relative Pronoun คือ ใช้แทนนามที่ใช้ซ้ำกันในประโยคขยาย และต้องวางไว้ใกล้กับนามเดียวกันนั้นในประโยคหลัก และเมื่อเอา Relative Pronoun มาแล้ว ต้องเอาส่วนที่เหลือของความขยายมาไว้ต่อกันด้วย เช่น

- The lady has gone to London. The lady was here yesterday.
= The lady who was here yesterday has gone to London.

- The man has just left. You want the man.
= The man who you want has just left.

อย่างไรก็ตามถ้าในประโยคความหลักมีคำว่า the only, the only one, the best, the greatest หรือคำที่แสดงการเปรียบเทียบขั้นสุดอยู่ ให้ใช้ that เสมอ
Ex : He is the only friend that I have now.

ประโยคขยายที่มี Relative Pronoun นำหน้านี้เรียกว่า Relative Clause มีการใช้แยกเป็น 2 พวก คือ
1. ประโยคขยายที่ชี้เฉพาะว่านามที่ถูกขยายนั้นเป็นคนไหนหรือสิ่งไหน เรียกว่า Defining Clause ประโยคพวกนี้จะไม่ใช้ comma คั่นความขยายนั้น และ Relative Pronoun ที่เป็นกรรมจะละได้
Ex : The book which I was reading yesterday was a detective story.
2. ประโยคขยายที่ไม่ได้ชี้เฉพาะนามข้างหน้า เพราะนามข้างหน้าชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นคนไหน สิ่งไหน เรียกว่า Non – defining Clause ต้องมี comma คั่นความที่ขยายนั้น จะใช้ that หรือละ Relative Pronoun ที่เป็นกรรมไม่ได้
Ex : My brother Pipop, whom you saw yesterday, is coming to tea.
English grammar, which I dislike very much, is very important to study.

วันอาทิตย์ที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

:: Proverbs ::

Prevention is better than cure.
กันไว้ดีกว่าแก้

Out of sight, out of mind.
ไกลตา ไกลใจ

As diligent as an ant.
ขยันเหมือนมด

Call a spade a spade.
ขวานผ่าซาก

When in Rome do as the Romans do.
เมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม

Two heads are better than one.
คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย

Where there's a will, there's a way .
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

Health is better than wealth.
ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ

To beat around the bush.
ชักแม่น้ำทั้งห้า

Haste makes waste. Rome was not built in a day.
ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม

You can't make an omelet without breaking eggs.
ได้อย่าง เสียอย่าง

God helps those who help themselves.
ตนนั้นแลเป็นที่พึ่งแห่งตน

A kiss after a kick!
ตบหัวแล้วลูบหลัง

An eye for an eye, and a tooth for a tooth.
ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

Still waters run deep.
น้ำนิ่งไหลลึก

To do good by stealth.
ปิดทองหลังพระ

You cannot make a silk velvet purse out of a sow's ear.
ผักชีโรยหน้า ใส่ตะกร้าล้างน้ำ

Speech is silver; silence is golden.
พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง

Flying termites fly into the fire. To act on impulse.
แมลงเม่าบินเข้ากองไฟ

Spare the rod, and spoil the child.
รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี

To teach a crocodile to swim. To teach one's grandma to suck eggs.
สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ

Cast pearls before swine.
สีซอให้ควายฟัง

Penny wise and pound foolish
เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย

Walls have ears.
หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง

To turn a blind eye. To turn a deaf ear.
เอาหูไปนา เอาตาไปไร่

วันเสาร์ที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

:: สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์9สปีชีส์ ที่ต้องเฝ้าระวังในปี2009 ::

แรดชวา/โลมาวากิตา

กอริลลาครอสริเวอร์เสือ/โคร่งสุมาตรา/วาฬไรท์แอตแลนติกเหนือ

เฟอร์เรตป่า/ช้างแคระบอร์เนียว/แพนดา/หมีขั้วโลก

กองทุนสัตว์ป่าโลก (World Wildlife Fund - WWF) ขึ้นบัญชีสัตว์ป่าสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวังในปี 2009 จำนวน 9 สปีชีส์ (9 to Watch in 2009) สปีชีส์เหล่านี้ เช่นเดียวกับสปีชีส์อีกจำนวนมากกำลังตกอยู่ในอันตรายจนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์สูงมากจากการล่าของมนุษย์ การสูญเสียที่อยู่อาศัย และภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงของอากาศด้วยมาดูกันว่ามีสัตว์ป่าสปีชีส์ใดบ้างที่ต้องเฝ้าระวัง

1.แรดชวา (Javan Rhinoceros)อันดับแรกคือ แรดชวา นี่คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่ใกล้สูญพันธุ์มากที่สุดในโลก ด้วยจำนวนที่เหลืออยู่น้อยกว่า 60 ตัว ในพื้นที่คุ้มครองของประเทศอินโดนีเซียและประเทศเวียดนามการล่าของพรานป่าและการขยายตัวของประชากรที่เข้าไปใกล้พื้นที่คุ้มครองเป็นภัยคุกคามของแรดชวา ทีมงานของ WWF กำลังเฝ้าสังเกตแรดชวาอย่างกระตือรือร้นและกำลังปกป้องพวกมันจากการล่าของพรานป่า

2.โลมาวากิตา (Vaquita)โลมาขนาดเล็กที่สุดในโลกอาศัยอยู่ในอ่าวแคลิฟอร์เนียทางตอนเหนือ ในประเทศเม็กซิโก ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 150 ตัวเท่านั้น บ่อยครั้งที่พวกมันต้องตายจากการติดตาข่ายจับปลาของชาวประมง WWF กำลังปกป้องคุ้มครองพวกมัน โดยร่วมมือกับชาวประมงท้องถิ่น องค์กรท้องถิ่นและองค์กรนานาชาติที่ไม่แสวงหาผลกำไร รวมทั้งองค์กรเอกชนและเจ้าหน้าที่รัฐบาล ด้วยมาตรการหลายอย่าง เช่น อพยพพวกมัน ซื้อตาข่ายจับปลาจากชาวประมง และสร้างทางเลือกทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้แก่ชาวประมง

3.กอริลลาครอสริเวอร์ (Cross River Gorilla)สปีชีส์ย่อยของกอริลลาเวสเทิร์น เป็นกอริลลาและลิงเอพขนาดใหญ่ที่หายากที่สุดในโลกปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 300 9y; เท่านั้น ในประเทศแคเมอรูน และประเทศไนจีเรีย ภัยคุกคามของพวกมันคือการล่าจากพรานป่า ปัจจุบันองค์กรอนุรักษ์หลายองค์กรกำลังพยายามปกป้องคุ้มครองพวกมันอย่างเร่งด่วน เช่น การก่อตั้งอุทยานแห่งชาติให้เป็นที่อยู่อาศัยของพวกมัน 4.เสือโคร่งสุมาตรา (Sumatran Tiger)ด้วยจำนวนที่เหลือเพียง 400-500 ตัวเท่านั้น เสือโคร่งสุมาตราอาจพบกับชะตากรรมเช่นเดียวกับเสือโคร่งชวาและเสือโคร่งบาหลีญาติสนิทของมันที่สูญพันธุ์ไปแล้ว จากการล่าอย่างหนักและการทำลายป่าซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของพวกมันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอวัยวะของเสือโคร่งสุมาตรานิยมนำไปใช้ทำยาจีนแผนโบราณและหนังที่มีราคาแพงมากเป็นสิ่งดึงดูดใจพรานป่า WWF สนับสนุนการลาดตระเวนเพื่อขัดขวางการล่าของพรานป่าและดำเนินงานลดความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับเสือโคร่งสุมาตรา และหนึ่งในความพยายามร่วมกับองค์กรอื่นๆ ทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียขยายพื้นที่อุทยานแห่งชาติเทสโซ ไนโล ที่อยู่อาศัยของพวกมัน ออกเป็นสองเท่า ในปี 2008

5.วาฬไรท์แอตแลนติกเหนือ (North Pacific Right Whale) หนึ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่หายากที่สุดซึ่งเกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้วจากการล่าอย่างหนัก ปัจจุบันวาฬไรท์แอตแลนติกเหนือต้องเผชิญกับอันตรายหลายอย่าง เช่น จากเรือเพราะระบบการมองเห็นและการคาดคะเนที่ไม่ดีพอทำให้มันว่ายชนเรือ ว่ายติดอวน และได้รับผลกระทบจากการสำรวจน้ำมันและก๊าซในอ่าวบริสตอลของอลาสกhา ซึ่งเป็นแหล่งอาหารในฤดูร้อนWWF กำลังพัฒนาระบบการเดินเรือที่ปลอดภัยเพื่อหลบหลีกการชนกับวาฬไรท์แอตแลนติกเหนือ และพยายามยับยั้งการพัฒนาแหล่งน้ำมันและก๊าซในอ่าวบริสตอล

6.เฟอร์เรตป่า (Black-Footed Ferret)สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในเขตที่ราบกว้างใหญ่ของอเมริกาเหนือกำลังอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์เพราะหนูแพรี่ด็อกอาหารของมันมีจำนวนลดน้อยลงจากการกำจัดของเกษตรกรเฟอร์เรตป่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ จากการเพาะพันธุ์และปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ WWF กำลังดำเนินงานปกป้องคุ้มครองเฟอร์เรตป่า รวมทั้งหนูแพรี่ด็อกอาหารของมันด้วย

7.ช้างแคระบอร์เนียว (Borneo Pygmy Elephant)มีถิ่นที่อยู่ทางตอนเหนือของเกาะบอร์เนียว การทำป่าไม้และการเกษตรบริเวณพื้นที่ที่ราบต่ำของป่าทำให้ประชากรของพวกมันลดลง ปัจจุบันช้างแคระบอร์เนียวเหลืออยู่น้อยกว่า 1500 ตัว WWF กำลังปกป้องพื้นที่ใจกลางของที่ราบต่ำและใช้ดาวเทียมติดตามความเคลื่อนไหวเพื่อเรียนรู้ช้างที่เรายังรู้จักมันน้อยให้มากยิ่งขึ้น

8.แพนดา (Giant Panda) อนาคตของหมีแพนด้าอยู่ในสภาวะที่ไม่มั่นคง เพราะที่อยู่อาศัยในพื้นที่ภูเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีนนั้นแยกออกเป็นส่วนๆ ทำให้แพนดาที่เหลืออยู่ประมาณ 1,600 ตัว อยู่อย่างโดดเดี่ยวเป็นกลุ่มเล็กๆ WWF ได้ดำเนินงานอนุรักษ์แพนดามาเกือบสามทศวรรษแล้ว และเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ให้ความช่วยเหลือรัฐบาลจีนในการวางแผนงานคุ้มครองแพนดาและที่อยู่อาศัยของพวกมันโดยการก่อตั้งเขตอนุรักษ์ขึ้น

9.หมีขั้วโลก (Polar Bear)หมีขั้วโลกตกอยู่ในอันตรายจากการเปลี่ยนแปลงของอากาศ หากอุณหภูมิในเขตอาร์กติกยังมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หมีขั้วโลกจะสูญพันธุ์ไปภายในศตวรรษหน้า

WWF กำลังสนับสนุนการวิจัยภาคสนามเพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงของอากาศจะมีผลกระทบต่อหมีขั้วโลกอย่างไร และยังปกป้องที่อยู่อาศัยของพวกมันโดยร่วมกับภาครัฐบาลและภาคอุตสาหกรรมในการลดภัยคุกคามจากการเดินเรือและการพัฒนาแหล่งน้ำมันและก๊าซในเขตอาร์กติก

ทอม ดิลลอน รองประธานอาวุโสแผนงานภาคสนามของ WWF บอกว่า ถ้าเราไม่รู้สึกจริงจังกับสปีชีส์ที่ประทับใจเหล่านี้แล้วละก็ มันค่อนข้างน่าจะเป็นไปได้ว่าหลายสปีชีส์จะไม่สามารถอยู่รอดภายในอนาคตอันใกล้นี้

เครดิต : dex-d.com !!



วันพุธที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

:: รูปภาพสุดแสนประทับใจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ::



















ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวไทยทุกคนตลอดกาลนานเทอญ

วันอาทิตย์ที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑

:: Japanese Sea Lion ::

Japanese Sea Lion (Zalophus japonicus) is thought to have become extinct in the 1950s.

Prior to 2003 it was considered to be a subspecies of California Sea Lion as Zalophus californianus japonicus. However, it was subsequently reclassified as a separate species. Some taxonomists still consider it as a subspecies of the California Sea Lion. It has been argued that japonicus, californianus, and wollenbaeki are distinct species because of their distant habitation areas and behavioral differences.

They inhabited the Sea of Japan, especially around the coastal areas of the Japanese Archipelago and the Korean Peninsula. They generally bred on sandy beaches which were open and flat, but sometimes in rocky areas.

Currently, several stuffed specimens can be found in Japan and the National Museum of Natural History, Leiden, the Netherlands brought by Philipp Franz von Siebold.The British Museum possesses a pelt and 4 skull specimens.

วันจันทร์ที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑

:: 10 ปรากฎการณ์ประหลาด จากเหตุ "โลกร้อน!" ::

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภัย "โลกร้อน" ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจน อาทิ อากาศร้อนขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกละลาย หรือระดับน้ำทะเลโลกสูงขึ้นเท่านั้น แต่ปัจจุบันยังเป็นต้นเหตุของปรากฎการณ์แปลกๆ มากมาย ซึ่งเกี่ยวพันกับการหายสาบสูญของทะเลสาบ โรคภูมิแพ้โดยไม่ทราบสาเหตุ วิถีโคจรของดาวเทียมในอวกาศ ฯลฯ!

สารภูมิแพ้แพร่ระบาด
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เกิดปรากฎการณ์ประหลาดขึ้นทุกๆ ช่วงฤดูใบไม้ผลิ นั่นคือ ประชาชนไอ จาม ป็นภูมิแพ้ และหอบหืดกันง่ายขึ้นและบ่อยขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ จากการศึกษาที่ผ่านมา พบว่า วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปกับสภาพมลพิษในอากาศ เป็นสาเหตุสำคัญของอาการดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยใหม่ๆ ชี้ให้เห็นว่า วิกฤตอุณหภูมิโลกร้อนขึ้นและมีระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศมากขึ้น คือต้นเหตุทำให้พืชพรรณต่างๆ ผลิใบเร็วกว่าเดิม ขณะเดียวกันปริมาณละอองเกสรที่ฟุ้งกระจายไปตามอากาศก็มากขึ้นเช่นกัน คนที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืดเมื่อสูดละอองเหล่านี้เข้าไปมากๆ อาการจึงกำเริบง่าย

สัตว์อพยพไร้ที่อยู่
ผลกระทบจากปัญหาโลกร้อน ทำให้สัตว์บางชนิด เช่น กระรอก ตัวชิปมังก์ หรือแม้กระทั่งหนู ต้องอพยพหนีขึ้นไปอยู่บนที่สูงขึ้น
สัตว์ที่กำลังเผชิญปัญหาใหญ่ ได้แก่ "หมีขั้วโลก" ที่ในอนาคตอาจมีชีวิตอยู่ในถิ่นฐานเดิมแถบอาร์กติก ขั้วโลกเหนือไม่ได้ เนื่องจากธารน้ำแข็งละลายอย่างรวดเร็ว

"พืช" ขั้วโลกคืนชีพ
ช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ผลจากภาวะน้ำแข็งขั้วโลกละลายเพราะโลกร้อน ส่งผลต่อการดำรงอยู่ของพืชและสัตว์จำนวนมาก ตามปกติ พืชแถบอาร์กติกจะถูกปกคลุมอยู่ในน้ำแข็งตลอดทั้งปี
แต่ปัจจุบัน เมื่อน้ำแข็งละลายมากขึ้นเรื่อย โดยเฉพาะในช่วงก่อนฤดูใบไม้ผลิต จึงทำให้พืชที่เคยถูกห่อหุ้มด้วยน้ำแข็งกลายเป็นอิสระ สามารถเริ่มกระบวนการสังเคราะห์แสงและกลับมาเติบโตขึ้นอีกครั้ง กลายเป็นอีก 1 ปรากฎการณ์ใหม่ของพื้นที่ขั้วโลกเหนือ

ทะเลสาบหายสาบสูญ
เรื่องประหลาดๆ ที่เกิดขึ้นในเขตอาร์กติก หรือ ขั้วโลกเหนือยังไม่หมดแค่นั้น มีงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า ในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา "ทะเลสาบ" ประมาณ 125 แห่งได้หายสาบสูญไปจากเขตอาร์กติก เป็นสัญญาณหนึ่งที่ช่วยให้เห็นว่า ภัยโลกร้อนส่งผลกระทบเร็วมากต่อสภาพแวดล้อมแถบขั้วโลก
สาเหตุที่ทะเลสาบหายไปก็เพราะ "เพอร์มาฟรอส" ที่เป็นน้ำแข็งแข็งตัวอยู่ใต้พื้นทะเลสาบนั้นละลายหมดสิ้นไป ดังนั้น น้ำในทะเลสาบจึงซึมเข้าสู่พื้นดินข้างใต้ได้ เหมือนกับเวลาเราดึงจุกปิดน้ำออกจากอ่างอาบน้ำแล้วน้ำจึงไหลหมดไปจากอ่างนั่นเอง
นอกจากนี้ การที่ทะเลสาบขั้วโลกหายวับไป ยังส่งผลลูกโซ่ปั่นป่วนไปถึงระบบนิเวศในพื้นที่ที่พึ่งพิงน้ำจากทะเลสาบอีกด้วย

น้ำแข็งใต้พื้นโลกละลาย
ภาวะโลกร้อนไม่ได้เพียงแค่ทำให้ธารน้ำแข็งขั้วโลกละลายอย่างต่อเนื่องเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ชั้นน้ำแข็งถาวรที่มีอยู่ใต้พื้นผิวโลกค่อยๆ ละลายลดปริมาณลงไปเช่นกัน
ผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นตามมาในอนาคตก็คือ จุดใต้พื้นโลก ซึ่งเคยเป็นน้ำแข็งหายไปจนเกิดเป็น "รูรั่ว" ใต้ดินขึ้นมา เมื่อเป็นเช่นนี้สภาพทางภูมิศาสตร์ในพื้นที่ย่อมเปลี่ยนไป
สิ่งปลูกสร้าง หรือ สิ่งก่อสร้างของมนุษย์ เช่น ทางรถไฟ ถนน บ้านเรือน ฯลฯ ซึ่งตั้งอยู่เหนือจุดดังกล่าวมีโอกาสได้รับความเสียหายตามไปด้วย ถ้าปรากฎการณ์น้ำแข็งละลายเกิดขึ้นบนที่สูง เช่น ภูเขา จะก่อให้เกิดภัยธรรมชาติตามมา อาทิ หินถล่มและโคลนถล่ม เป็นต้น

ชนวนเกิดไฟป่า
นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ยืนยันตรงกันทั่วโลก ว่าภัยโลกร้อนเป็นสาเหตุให้ธารน้ำแข็งละลายและพายุก่อตัวบ่อยและรุนแรงขึ้นกว่าในอดีต ยิ่งไปกว่านั้น ภาวะโลกร้อนยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิด "ไฟป่า" ได้ง่ายขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก
และชาติเมืองหนาวในซีกโลกตะวันตก ซึ่งตามปกติไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องไฟป่า ก็เริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงนี้กันแล้ว เหตุเพราะสภาพป่าแห้งกว่าเดิม จึงเป็นเชื้อไฟอย่างดี

ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงอยู่รอด
โลกร้อนส่งผลให้หน้าหนาวหดสั้นลง และหน้าร้อนมาถึงเร็วขึ้น บรรดา "นกอพยพ" หลายสายพันธุ์ต่างมึนงง ปรับ "นาฬิกาชีวภาพ" ในตัวของมันให้เข้ากับสภาพความผันแปรของฤดูกาลที่บิดเบี้ยวไปไม่ทัน สัตว์ที่จะเอาชีวิตรอดจากสภาพภูมิอากาศแปรปรวนในทุกวันนี้ได้ต้องเป็นสายพันธุ์ที่แข็งแรงที่สุดเท่านั้น
ในที่สุดสัตว์ที่อยู่รอดจะต้อง "กลายพันธุ์" หรือปรับพันธุกรรมในตัวมันเสียใหม่ เพื่อรับมือภัยโลกร้อนให้ได้ และมีสัตว์หลายชนิดกำลังวิวัฒนาการตัวเองเช่นนั้นอยู่

ดาวเทียมโคจรเร็วกว่าเดิม
การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้าถ่านหิน ยวดยานพาหนะ ฯลฯ คือ ตัวการสำคัญของวิกฤตโลกร้อน
ล่าสุดพบว่า เจ้าก๊าซตัวเดียวกันนี้เองที่ขึ้นไปสะสมมากขึ้นในชั้นบรรยากาศโลก ได้กลายเป็นต้นเหตุทำให้ "ดาวเทียม" ที่อยู่ในวงโคจรโลกเคลื่อนที่เร็วกว่าเดิม
ตามปกติ อากาศในบรรยากาศชั้นนอกสุดของโลกจะเบาบาง แต่โมเลกุลของอากาศจะยังคงมีแรงดึงดูดมากพอในการทำให้ดาวเทียมโคจรช้าๆ ดังนั้น เราอาจเคยได้ยินข่าวกันมาบ้างว่า ผู้ควบคุมต้องจึดระเบิดดาวเทียมเป็นระยะๆ เพื่อให้ดาวเทียมโคจรต่อไปอย่างถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม เมื่อคาร์บอนไดออกไซด์ลอยไปสะสมในบรรยากาศชั้นล่างมากไป จะทำแรงดึงดูดของบรรยากาศชั้นนอกสุดลดกำลังลง ดาวเทียมจึงโคจรเร็วกว่าปกติ

ภูเขากระเด้งตัวเหนือพื้นโลก
ภูเขาและเทือกเขาสูงหลายแห่งทั่วโลกกำลังขยายตัว "สูง" ขึ้น เพราะผลจากโลกร้อน! นั่นเป็นเพราะ ตามธรรมชาติที่ผ่านๆ มานับพันปี ยอดภูเขาในเขตหนาวเย็นโดยทั่วไปจะมี "น้ำแข็ง" ปกคลุมอยู่ ทำหน้าที่เป็นเหมือนกับตุ้มน้ำหนักที่คอยกดทับให้ฐานล่างของภูเขาทรุดต่ำลงไปใต้พื้นผิว
เมื่อน้ำแข็งบนยอดเขามลายสูญสิ้นไป ส่วนฐานล่างที่เคยถูกกดจมดินลงไปจะค่อยๆ กระเด้งคืนตัวกลับมาเหนือผิวโลกอีกครั้ง

โบราณสถานเสียหาย
โบราณสถาน เมืองเก่าแก่ ซากปรักหักพังทางประวัติศาสตร์ ฯลฯ อันเป็นสิ่งแสดงถึงวัฒนธรรมอันรุ่งเรื่องของมนุษย์ในอดีตได้รับผลกระทบจากโลกร้อน
เหตุเพราะโลกร้อนทำให้อากาศทั่วโลกแปรปรวน ทั้งเกิดพายุ น้ำท่วม ภัยแล้ง ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูง และล้วนแต่ยิ่งสร้างความเสียหายให้กับมรดกตกทอดทางประวัติศาสตร์ดังกล่าว ซึ่งมีสภาพทรุดโทรมอยู่แล้ว
โบราณสถานอายุ 600 ปีในจังหวัดสุโขทัยของประเทศไทยเรา ก็เคยเสียหายอย่างหนักเพราะภัยน้ำท่วมใหญ่ ซึ่งเป็นผลจากภัยโลกร้อน มาแล้วเช่นกัน

เครดิต : dex-d.com

วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑

:: Russian submarine K-152 Nerpa ::

The K-152 Nerpa (Russian: К-152 «Нерпа») is a 8,140-tonne (8,010-long-ton) Project 971 Shchuka-B (NATO: Akula II) type nuclear-powered attack submarine. Construction was started in 1991, but suspended due to lack of funding. K-152 Nerpa was launched in October 2008 and was planned to be leased to the Indian Navy in 2009 as the recommissioned INS Chakra. Nerpa is the Russian word for the baikal seal, and chakra is a Sanskrit word meaning disk, wheel, or energy vortex.

While K-152 Nerpa was undergoing sea trials in the Sea of Japan on 8 November 2008, an accident caused the deaths of some twenty sailors and injury to twenty-one others. A fire suppression system discharged freon gas in the bow of the sub, suffocating civilian specialists and navy crewmembers.

วันศุกร์ที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

:: ภาพอัศจรรย์กลางวันกับกลางคืน ห่างกันนิดเดียว !! ::

ภาพนี้ถ่ายโดยลูกเรือในยานโคลัมเบียในการปฏิบัติการครั้งสุดท้าย
ภาพนี้ถ่ายผ่านดาวเทียมในวันที่ท้องฟ้าปราศจากเมฆหมอก
เป็นภาพของทวีปยุโรปและแอฟริกาในเวลาอาทิตย์อัสดง

กึ่งหนึ่งของภาพเป็นเวลากลางคืน แสงสว่างที่เป็นจุดๆ ที่คุณเห็นนั้นคือแสงไฟในเมือง
ส่วนบนสุดของทวีปแอฟริการ คือ ทะเลทรายซาฮาร่า
เห็นได้ว่าในเขตฮอลแลนด์ ปารีส และะบาร์เซโลน่านั้นต้องเปิดไฟเพื่อ
ให้แสงสว่างยามค่ำคืน ขณะที่ในลอนดอน ลิสบอน และแมนดริด
ยังคงเจิดจ้าด้วยแสงสว่างของเวลากลางวัน

แสงอาทิตย์ยังคงสาดส่องอยู่ในเขตช่องแคบยิบรอลต้า
ขณะเดียวกันทะเลเมดิเตอเรเนียนกลับถูกปกคลุมด้วยความมืดของยามราตรี

คุณจะเห็นหมูเกาะอะโซเรสตรงกลางมหาสมุทรแอตแลนติก
ด้านขวาล่างของอะโซเรส คือ หมู่เกาะมามาเดล่า
ต่ำลงมาทางด้านล่าง คือ หมู่เกาะแคเนอรี่
และต่ำลงมาทางใต้นั้นอยู่ใกล้กลับบริเวณสุดเขตฝั่งตะวันตกของทวีปแอฟริกา
คือ หมู่เกาะ เคป เวอร์ด เห็นได้ชัดว่าทะเลทรายซาฮาร่าซึ่งกินบริเวณกว้างนั้น
เป็นส่วนที่จะเห็นความแตกต่างของช่วงเวลากลางวันและกลางคืนได้อย่างชัดเจน
ด้านซ้ายบน คือ กรีนแลนด์ที่หนาวเย็น

เครดิต : sanook.com

วันศุกร์ที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

:: Cathédrale Saint-Just-et-Saint-Pasteur de Narbonne ::

La cathédrale de Narbonne est le monument le plus prestigieux de la ville. C'est une construction d'architecture gothique dont l'origine remonte au IVe siècle. Sa particularité réside dans le fait qu'elle est inachevée.

La cathédrale de Narbonne se situe au cœur de de la ville actuelle, cependant au Moyen Age elle se trouvait en bordure des remparts. Cet emplacement est issu d'une longue « sédimentation » de lieux de culte. Approximativement sur le même emplacement se sont succédé une basilique constantinienne, élevée peu après l'édit de 313 autorisant le culte chrétien. Détruite par un incendie en 441, il fallut 37 jours pour démolir ce que le feu avait épargné. Puis une basilique latine construite en 4 ans par l'évêque Rustique, que le préfet des Gaules, Marcellus, encouragea dans son entreprise. La basilique fut terminée le 29 novembre 445. Primitivement dédiée à saint Genés d'Arles, elle fut consacrée en 782 aux jeunes martyrs espagnols Just et Pasteur. Vestiges : deux colonnes romaines du forum réemployées pour la nef (visible dans le cloître) ; le linteau avec dédicace ; un édicule de marbre blanc (visible au musée lapidaire).

Une cathédrale préromane carolingienne reconstruite en 890 par l'archevêque Théodard, mort le 1er mai 893. Il en subsiste le clocher, en grand partie restauré, visible du cloître. Malgré l'aide apportée par trois papes, cette église tomba en ruine.

La construction de la cathédrale gothique fut un acte politique décidé en 1268 par le pape Clément IV, ancien archevêque de Narbonne. Ce sera, dit-il, une œuvre faite à l'instar des magnifiques cathédrales du royaume de France. La première pierre de l'église actuelle fut posée par l'archevêque Maurin le 13 avril 1272, dans les fondements de l'actuelle chapelle Sacré-Cœur. L'édification de la cathédrale Saint-Just et Saint-Pasteur fut projeté dès 1264 mais ne débuta qu'en 1272, et le chœur fut achevé en 1332.

วันจันทร์ที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

สื่อนอกฮือฮา! ปลาแฝดสยามตัวเป็นๆ ในไทย

เอเจนซี - สำนักข่าวต่างประเทศฮือฮา พบปลาแฝดสยาม ซึ่งมีท้องติดกัน และยังมีชีวิตในประเทศไทย โดยปลาทั้งคู่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ปลานิลแฝดวัย 8 เดือนคู่นี้ มีลำตัวใต้ท้องติดกัน ขณะที่อวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกายแยกอิสระจากกัน และมีพัฒนาการเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นระบบการหายใจ และการขับถ่าย

ปลาตัวที่ใหญ่กว่า ทำหน้าที่เสมือนพี่ผู้ปกป้องน้อง ที่ติดอยู่ด้านล่างของลำตัว ซึ่งมีขนาดตัวเล็กกว่า ทั้งยังเป็นผู้คอยหาอาหารด้วย

ทั้งนี้ ปลานิลเป็นปลาน้ำจืด พบได้ในแม่น้ำ คลอง ทะเลสาบ และหนองน้ำในเขตร้อน เจริญเติบโตได้ยาวสุด 2 ฟุต และหนักได้ถึง 9 ปอนด์ ส่วนเจ้าปลาแฝดสยามสองพี่น้องคู่นี้พบในสถานที่เลี้ยงสัตว์น้ำแห่งหนึ่งในกรุงเทพ

Credit : www.manager.co.th

วันอาทิตย์ที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑

Cet article retrace les grandes étapes qui jalonnent l'histoire de la photographie, principalement vue sous son aspect technique.

La photographie pouvant être considérée comme une technique propre à supplanter le dessin ou la peinture pour représenter le monde qui nous entoure, son invention nécessitait, d'une part la réalisation d'un dispositif optique permettant la création de l'image, et d'autre part de fixer cette image sur un support pérenne par un processus chimique irréversible.

Par ailleurs les usages de cette technique a évolué, et sa dimension artistique a notamment été reconnue.

À l'époque de la Renaissance, les peintres italiens commencent à découvrir les lois de la perspective. Pour simplifier le tracé de leurs paysages, ils utilisent deux appareils optiques qui permettent de projeter sur une surface une image d'un paysage ou d'un objet : la chambre claire et la chambre noire (voir l'article Chambre noire).

Cette dernière était déjà connue par Aristote (384-322 av. J.-C.), par le savant arabe Ibn Al-Haytham (965-1038) et par Léonard de Vinci (1452-1519) ; on peut la considérer comme l'ancêtre des appareils photographiques. Elle est constituée par une boîte fermée, étanche à la lumière, dont une des faces est percée d'un tout petit trou, le sténopé. L'image inversée d'un objet éclairé placé à l'extérieur devant le trou se forme sur la paroi opposée.

Elle fut employée par de nombreux artistes, dont Giambattista della Porta, Vermeer, Guardi et Giovanni Antonio Canal, dit Canaletto, qui l'utilisa notamment pour mettre en perspective ses célèbres paysages des canaux de Venise.

วันอาทิตย์ที่ ๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑

:: แพนด้ายักษ์ยุคดึกดำบรรพ์ในจีน ::

ไจแอ้นท์แพนด้า แพนด้ายักษ์ หรือที่ชาวจีนเรียก ต้าสงเมา มีกำเนิดมาบนโลกมนุษย์ เมื่อราว 8-9 ล้านปีก่อน ในช่วงปลายสมัยอีปอชไมโอซีน (เริ่มต้นเมื่อ 25 ล้านปีก่อน กินเวลาประมาณ 12 ล้านปี) ตามที่มีการพบหลักฐาน เป็นซากฟอสซิลแพนด้าดึกดำบรรพ์ บรรพบุรุษของแพนด้ายักษ์ ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ailuaractos Lufengensis บริเวณรอบๆป่าเขตร้อนชื้น ในมณฑลหยุนหนันทางภาคใต้ของจีน

แพนด้าดึกดำบรรพ์ในจีน ได้วิวัฒนาการมาเป็นแพนด้า ที่มีขนาดเล็กกว่าในปัจจุบันครึ่งหนึ่ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ailuropoda micrta ตัวเท่าสุนัขอ้วนๆ มีชีวิตอยู่เมื่อ 3 ล้านปีก่อน

จากหลักฐานการพบซากฟอสซิลของแพนด้าชนิดนี้ในเขตปกครองตนเองชนชาติจ้วง กว่างซี(กวางสี) มณฑลกว่างตง(กวางตุ้ง) ซื่อชวน(เสฉวน) ส่านซี และหยุนหนัน แพนด้ายักษ์พันธุ์เล็กมีชีวิตอยู่มาได้ 2 ล้านปี ก็เริ่มขยายถิ่นที่อยู่เข้ามาในแถบป่าร้อนชื้น และค่อยๆปรับตัวเข้ากับชีวิตในป่าไผ่เขตร้อนแถบเอเชีย และวิวัฒนาการมาเป็นแพนด้าที่ตัวใหญ่ขึ้น

ในประเทศจีนยังมีการพบซากฟอสซิลแพนด้ายักษ์ชนิด Ailuropoda milanoleuca wulishansis มีขนาดตัวเป็น 1 ใน 8 ของแพนด้าในปัจจุบันเท่านั้น และชนิด Ailuropoda milanoleuea daconi ซึ่งเป็นแพนด้ายักษ์ที่มีชีวิตอยู่ในราว 500,000-700,000 ปีก่อน ซึ่งในยุคนี้นับเป็นยุคเฟื่องฟูที่สุดของแพนด้า เพราะพบกระจายอยู่ตามถิ่นต่างๆทางตะวันตก ตะวันออก จีนตอนกลาง ใต้ และเหนือ ใน 16 มณฑลของจีน จากเหนือสุดที่พบในตำบลโจวโข่วเตี้ยนในปักกิ่ง จนถึงใต้สุดในเกาะไต้หวัน บางส่วนในพม่า เวียดนาม และทางตอนเหนือของไทยด้วย

จะเห็นว่าแพนด้ายุคดึกดำบรรพ์เขาอยู่กันกระจัดกระจายสบายใจ มีชีวิตอย่างผาสุกร่วมยุคกับมนุษย์วานรปักกิ่ง เสือฟันดาบ และช้างแมมมอธ นั่นเลย

วันอังคารที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

:: Angela Aki - Your Love Song ::


Your Love Song
Lyrics & Music: Angela Aki


Open your eyes, wake up my love
This is the calm I am speaking of
Empty and cold I am torn apart
You enter the beats back in my heart

I have arrived much too soon
I’m waiting for you to enter my room

This could be your love song
This could be your love song

I lie awake,this moonless night
Knowing our timing isn’t right
Shadows of dreams cast from my soul
Without your light I’ll never be whole

I have arrived much too soon
I’m waiting for you to enter my room

This could be your love song
This could be your love song



Credit : cherryblossom-garden.com

วันเสาร์ที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

:: เพื่อโอลิมปิค 2008 ::

สิ่งก่อสร้างที่จีนสร้างเพื่อโอลิมปิก 2008


รูปที่ 1. สนามบินนานาชาติปักกิ่ง
สนามบินโฉมใหม่ที่มีขนาดกว่า 1 ล้านตารางเมตร ซึ่งใหญ่กว่าเพนตากอนของสหรัฐอเมริกานี้ เป็นฝีมือของผู้ออกแบบสนามบินเช็กแลพก๊อกของฮ่องกงด้วย นั่นคือ Foster & Partners สถาปนิกนักเดินทาง ที่เข้าถึงจิตใจผู้โดยสาร ด้วยการออกแบบทางเดินแต่ละส่วนให้สั้นที่สุดฟอสเตอร์ ได้แบ่งอาคารที่กว้างขว้างใหญ่โตของสนามบินนานาชาติปักกิ่งออกเป็น 2 ข้าง ทอดตัวจากทิศใต้ไปสู่ทิศตะวันออก เพื่อช่วยลดไอร้อนจากแสงอาทิตย์ แต่ติดสกายไลท์ให้แสงแดดละมุนละไมได้ฉายส่องเข้ามา พร้อมทั้งใช้นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนภายในตัวอาคาร กำหนดสร้างเสร็จปี 2007 นอกจากนี้ จีนยังมีแผนที่จะสร้างสนามบินใหม่ถึง 108 แห่งระหว่างปี 2004-2009 ซึ่งรวมทั้งสนามบินนานาชาติปักกิ่งแห่งนี้ ที่จะเปิดให้บริการปลายปี 2007 เพื่อต้อนรับโอลิมปิก 2008 โดยจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 43 ล้านคนในปีแรก และเพิ่มเป็น 55 ล้านคนในปี 2015



รูปที่ 2. เดอะคอมมูน – กรุงปักกิ่ง

เดอะคอมมูน (The Commune) เกิดขึ้นตามความตั้งใจของคู่รักนักพัฒนาเรียลเอสเตท จางซิน และพานซื่ออี๋ ที่ลงทุนควักกระเป๋าให้นักสถาปัตย์ชั้นนำชาวเอเชีย 12 คน คนละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเนรมิตเฮาส์คอมเพล็กซ์หรูที่มีกลิ่นอายกำแพงเมืองจีนขึ้น ปัจจุบัน เดอะคอมมูน เปิดให้บริการแล้วในส่วนที่เป็นโฮเทลบูติค ภายใต้การบริหารของเครือโรงแรมเคมปินสกี้ จากเยอรมนี ซึ่งยังมีโครงการส่วนต่อขยายเพิ่มเติมอีก เฟสแรกสร้างเสร็จเมื่อ 2002 และทั้งโครงการจะเสร็จสิ้นในปี 2010


รูปที่ 3. ศูนย์กลางการเงินของโลกที่เซี่ยงไฮ้

ศูนย์กลางการเงินแห่งใหม่ของโลก กำลังจะอุบัติขึ้นที่มหานครเซี่ยงไฮ้ ที่เขตการเงินหลู่เจียจุ้ย ในเขตผู่ตง ในรูปโฉมของตึกกระจกสูงเสียดฟ้า 101 ชั้น Kohn Pedersen Fox Architects ผู้ออกแบบเล่าว่า การสร้างให้ตึกต้านทานแรงลมได้ ถือเป็นความท้าทายของงานนี้ ในที่สุด จึงได้ออกแบบให้ยอดตึกเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า พร้อมเจาะช่องตรงชั้นที่ 100 ซึ่งนอกจากจะปรับเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในโลกแล้ว ยังสามารถบรรเทาแรงลม ลดการแกว่งตัวไปมาของตัวตึกได้ด้วย กำหนดสร้างเสร็จปี 2008



รูปที่ 4. สระว่ายน้ำแห่งชาตินครปักกิ่ง

สระว่ายน้ำแห่งชาตินี้ สร้างขึ้นสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2008 โดยมีรูปลักษณ์เหนือจินตนาการคล้าย "ก้อนน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่" ซึ่ง PTW and Ove Arup ออกแบบโดยใช้วัสดุเทฟลอนทำเป็นโครงร่าง เน้นใช้พลังงานแสงอาทิตย์ โดยจะนำมาใช้เดินเครื่องกรองน้ำเสียของสระน้ำที่ใช้เติมในสระจะถูกกักเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ฝั่งไว้ใต้ดิน นอกจากนั้น เพื่อให้ดูเหมือนน้ำที่สุด สถาปนิกยังใช้เทคโนโลยีจากงานวิจัยของนักฟิสิกส์จาก Dublin's Trinity College ที่สามารถทำให้กำแพงอาคารดูเหมือนฟองน้ำที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนอกจากจะทำสระว่ายน้ำแห่งแดนมังกรนี้ดูดีเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังสามารถต้านทานกับแรงสั่นสะเทือนอันเกิดจากแผ่นดินไหวได้ด้วย กำหนดเสร็จปี 2008



รูปที่ 5. สถานีโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งชาติ (CCTV) – นครปักกิ่ง

อาคารสำนักงานใหญ่ของสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี มีรูปลักษณ์ที่แหวกแนวไปจากตึกระฟ้าทั่วไป โดยเกิดจากสองอาคารที่ตั้งมุมฉากต่อเข้าหากัน มองดูเหมือนอุโมงค์ขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยกระจายแรงลมที่ปะทะกับตึกได้เป็นอย่างดี ตึกใหม่นี้ออกแบบโดย Rem Koolhass และ Ole Scheeren ส่วนวิศวกรผู้คุมงานก่อสร้างคือ Ove Arup กำหนดสร้างเสร็จปี 2008


รูปที่ 6. Linked Hybid – นครปักกิ่ง

สถาปัตยกรรมแห่งที่อยู่อาศัยสมัยใหม่ Linked Hybid เป็นที่ตั้งของบ้าน 2,500 หลัง อพาร์ทเม้นท์ 700 ห้อง บนเนื้อที่ขนาด 1.6 ล้านตารางฟุต ถือเป็นตึกใหญ่สุดในโลกที่มีใช้ระบบชีวภาพในการทำความเย็นและให้ความอุ่น เพื่อรักษาอากาศทั้ง 8 ตึกให้คงที่ ในชั้นที่ 20 สร้างเป็นวงแหวน 'บริการ' ที่เชื่อมต่อกันทุกตึก ครบครันด้วยบริการต่างๆ ทั้งซักผ้ายันร้านกาแฟ Steven Holl และ Li Hu ยังออกแบบให้ ฝั่งท่อน้ำสองสายลึกลงไปใต้ดิน 100 เมตร สำหรับให้น้ำไหลเวียน ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องกระจายความร้อน และเครื่องทำความเย็นขนาดใหญ่ ที่ไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าทำน้ำเดือดหรือแอร์ทำความเย็น ขณะเดียวกัน ยังมีระบบบำบัดน้ำเสีย ที่จะรวบรวมน้ำจากห้องครัวและอ่างน้ำทั่วอาคาร มาหมุนเวียนใช้ใหม่ในห้องส้วมกำหนดสร้างเสร็จปี 2008


รูปที่ 7. เมืองเศรษฐกิจตงถัน – เจียงซู

เมืองเศรษฐกิจแห่งใหม่ของแดนมังกรอยู่ระหว่างวางแผน คาดว่าเฟสแรกจะเสร็จปี 2010
ออกแบบและพัฒนาโดย ซ่างไห่ อินตัสเทรียล คอร์ป ที่คาดว่าจะมีขนาดเทียบเท่ากับเกาแมนฮัตตัน ตั้งอยู่บนเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของจีน กลางลำน้ำฉางเจียง (แยงซีเกียง) ใกล้กับมหานครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 2040 อย่างไรก็ตาม เฟสแรกของโครงการนี้ จะเรียบร้อยก่อนที่งานเอ็กซ์โปเซี่ยงไฮ้จะเปิดฉากขึ้นในปี 2010 ซึ่งจะมีประชากรราว 50,000 คน เข้าอยู่อาศัยที่นี้ จากนั้นอีก 5 ปี ระบบพิเศษต่างๆ จะเริ่มใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็น ระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์ ระบบจัดการน้ำเสีย และการหมุนเวียนพลังงานมาใช้ใหม่ พร้อมด้วยถนนสายใหญ่ที่จะเชื่อตรงสู่นครเซี่ยงไฮ้อย่างสะดวกสบาย


รูปที่ 8. สนามกีฬาโอลิมปิก - นครปักกิ่ง

สนามกีฬาหลายแห่งในโลก ออกแบบโดยเดินตามรอยสนามกีฬาชื่อดังของโลก โคลิเซี่ยมแห่งโรม แต่สนามกีฬานานาชาติของ Herzog & de Meuron ในปักกิ่งนี้พยายามที่จะคิดออกแบบใหม่ให้เอื้ออำนวยต่อสิ่งแวดล้อมปัจจุบันมากขึ้น สถาปนิกจากสวิสเซอร์แลนด์ Herzog & de Meuron ต้องการที่จะช่องระบายอากาศตามธรรมชาติ ในสนามกีฬาโครงสร้าง 91,000 ที่นั่ง อาจถือได้ว่า เป็นสนามกีฬาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในขณะนี้ สนามกีฬาดังกล่าวซึ่งมีกำหนดเสร็จปี 2008 จะเป็นที่ซึ่งใช้จัดพิธีเปิด-ปิดการแข่งขันโอลิมปิก 2008 มีลักษณะภายนอกคล้ายกับ "รังนก" ที่มีโครงตาข่ายเหล็กสีเทาๆเหมือนกิ่งไม้ ห่อหุ้มเพดานและผนังอาคารที่ทำด้วยวัสดุโปร่งใส อัฒจันทร์มีลักษณะรูปทรงชามสีแดง ซึ่งดูคล้ายกับพระราชวังต้องห้ามของจีน ภาพโครงสร้างของสนามกีฬาแห่งนี้ จึงดูคล้ายพระราชวังสีแดง ที่อยู่ภายในรั้วกำแพงสีเทาเขียว ซึ่งให้กลิ่นอายงดงามแบบตะวันออก สำหรับบันไดภายในสนามกีฬาถูกสร้างให้กลมกลืนกับโครงตาข่าย ซึ่งให้ภาพลักษณ์ของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือเอกภาพ


รูปที่ 9. สะพานตงไห่ – เชื่อมเซี่ยงไฮ้ กับ เกาะหยังซัน

สะพานข้ามทะเลแห่งแรกของจีน ซึ่งเปิดใช้อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อเดือนธันวาคมปี 2005 สะพานดังกล่าวเป็นเส้นทางคมนาคมหลักในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียง ใช้เงินลงทุนราว 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนโครงสร้างหลักมีความยาว 32.5 กิโลเมตร กว้าง 31.5 เมตร มีทางรถวิ่ง 6 เลน และเพื่อความปลอดภัยในการรับมือกับพายุไต้ฝุ่นและคลื่นลมแรง สะพานตงไห่ถูกออกแบบให้เป็นรูปตัวเอส (S) เชื่อมจากอ่าวหลู่หูในเขตหนันฮุ่ยเมืองเซี่ยงไฮ้ ข้ามอ่าวหังโจว ไปยังเกาะเสี่ยวหยังซันในมณฑลเจ้อเจียง ที่ได้วางแผนไว้ให้เป็นท่าเรือการค้าเสรีแห่งแรกของจีน (และจะเป็นท่าคอนเทนเนอร์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก) ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2010



รูปที่ 10. โรงละครแห่งชาตินครปักกิ่ง


ตั้งอยู่กลางนครปักกิ่ง ใกล้กับจัตุรัสเทียนอันเหมิน มีเนื้อที่ 490,485 ตารางฟุต มีกำหนดเปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี 2008 โครงสร้างภายนอกประกอบขึ้นจากกระจกผสมไทเทเนี่ยม ดูคล้ายกับทะเลสาบ

วันอังคารที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

:: 12 สิงหาคม 2551 ::

อย่ารักแม่ ตามกระแส แค่สิงหา
ปีละครั้ง ค่อยบอกว่า รักแค่ไหน
เพียงคำพูด ยังน้อยนิด หากคิดไป
อย่าทำให้ เพราะนึกได้ ในสักวัน

ตั้งแต่เล็ก จนเติบใหญ่ ใครเล่าเลี้ยง
ตลอดมา ไม่เคยเลี่ยง ไม่ผ่อนผัน
ไม่เคยรอ เทศกาล วันสำคัญ
รักที่ให้ ไม่มีคั่น เสี้ยวเวลา

ถ้าหากพอ กรองสำนึก ตรึกตรองได้
ทุกทุกวัน ยิ่งใหญ่ได้ *ใช่สิงหา
ชีวิตหนึ่ง กำเนิด ได้เกิดมา
ก็ควรค่า ทดแทนผู้ มอบชีวิน

(คำอธิบาย***ใช่สิงหา แปลว่า ไม่ใช่แค่สิงหา)
อย่า "รักแม่"แค่คำพูด อย่าลืมผระพฤติตนให้ "รักแม่"ด้วยนะ ^^

วันศุกร์ที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

:: Tamise ::

La Tamise (en anglais River Thames) est un fleuve traversant l'Angleterre méridionale et reliant Londres à la mer.

La Tamise a une longueur de 346 kilomètres. C'est le principal fleuve du Royaume-Uni, mais la Severn en est le plus long, avec 354 km.

Prenant naissance au pied des collines de Cotswold, à Thames Head, dans la paroisse de Coates, au sud de Cirencester, elle serpente vers la mer du Nord en suivant essentiellement un axe ouest-est. Elle traverse alors Oxford, Wallingford, Reading, Sonning, Henley-on-Thames, Marlow, Maidenhead, Eton, Windsor, Hampton, Kingston, Richmond upon Thames avant d'entrer dans Londres. Malgré sa largeur, de nombreux ponts la traversent dans la capitale : Chelsea, Vauxhall, Westminster, Waterloo, London Bridge, Tower Bridge... Elle poursuit alors par Greenwich et Dartford avant d'entrer dans la mer par un estuaire noyé.

La Tamise possède assez peu d'affluents notables. Le principal est le Kennet qui lui parvient rive gauche à Reading. Par la suite, elle reçoit à gauche la Colne et la Lea, à droite la Wey, la Mole et la Darent.

À environ 90 kilomètres de la mer, en amont de Londres, le fleuve commence à montrer des signes d'activité de marée. À Londres, l'eau est légèrement saumâtre à cause du sel de mer. Le fleuve, autorisant le passage de grands navires, a contribué à la tradition maritime de l'Angleterre. Un réseau de canaux le fait communiquer avec la Severn, le canal de Bristol et la Trent.